ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน ..2541


          โดยที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมชนบท อันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ กระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็นกระทรวงหลักในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่ประชาชน จึงได้จัดทำยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองขึ้น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมด้วยการพัฒนาชุมชนระดับฐานราก คือ ตำบล หมู่บ้าน ให้มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน  โดยเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2541  ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2541 จัดสรรคืนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ..2541 ให้กระทรวงมหาดไทยเพื่อดำเนินโครงการเศรษฐกิจชุมชน จำนวน 200 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรให้เป็นรายการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเศรษฐกิจชุมชน จำนวน 150 ล้านบาท  ดังนั้น เพื่อให้การบริหารและการใช้จ่ายเงินทุนดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยคล่องตัว และมีประสิทธิภาพบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ตลอดจนมีระบบรองรับการดำเนินงานที่จะขยายผลเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองได้อย่างต่อเนื่อง กระทรวงมหาดไทยจึงออกระเบียบไว้  ดังต่อไปนี้

         ข้อ  1    ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน พ.. 2541"

         ข้อ  2    ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป

         ข้อ  3    ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความ วินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

หมวด 1ข้อความทั่วไป
-------------------------

         ข้อ 4  ในระเบียบนี้
                 
"เศรษฐกิจชุมชน" หมายความว่า เศรษฐกิจทุกสาขาของชุมชนและหมู่บ้าน  ซึ่งดำเนินอยู่บนพื้นฐานการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม คุ้มค่าและยั่งยืน เป็นการผลิตที่เลี้ยงชีวิต ครอบครัวและชุมชนได้อย่างพอเพียง ส่วนเกินแห่งผลผลิตนี้เป็นเศรษฐกิจแห่งการแลกเปลี่ยน ซื้อขายหรือแปรรูปตามกำลังและวัฒนธรรมของชุมชนเอง
                   "กลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกร"  หมายความว่า  เกษตรกรหรือผู้ว่างงานมีการรวมตัวกันเพื่อดำเนินโครงการเศรษฐกิจชุมชน
                  "จังหวัด"  หมายถึง  จังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
                 
"อำเภอ"  หมายความรวมถึงกิ่งอำเภอด้วย
                 
"นายอำเภอ"  หมายความรวมถึง  ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอด้วย
                 
"คณะกรรมการบริหารเงินทุนกลาง"  หมายถึง      คณะกรรมการบริหารโครงการเศรษฐกิจชุมชนที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบการอำนวยการที่ส่วนกลาง
            
       *”คณะกรรมการพัฒนาจังหวัด”  หมายถึง  คณะกรรมการพัฒนาจังหวัด ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารการพัฒนาเพื่อกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น พ.. 2539
                  
*”คณะกรรมการพัฒนาอำเภอ ”  หมายถึง  คณะกรรมการพัฒนาอำเภอและคณะกรรมการพัฒนากิ่งอำเภอ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารการพัฒนาเพื่อกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น พ.. 2539
                  
*”คณะกรรมการหมู่บ้าน”  หมายถึง     คณะกรรมการหมู่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ และให้หมายความรวมถึง คณะกรรมการหมู่บ้านอาสาพัฒนา และป้องกันตนเองตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบบริหารหมู่บ้านอาสาพัฒนา และป้องกันตนเอง”

* ความในบทนิยามเดิมยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยข้อ 3 แห่ง ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน (ฉบับที่ 2) ..2543

            
      "องค์การบริหารส่วนตำบล"  หมายถึง  องค์การบริหารส่วนตำบลตามกฎหมายว่าวยสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
          
        "สภาตำบล"  หมายถึง  สภาตำบลตามกฎหมายว่าด้วยสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล

                  
**“ ประชาคม”  หมายถึง  บุคคลในชุมชนมารวมตัวเพื่อร่วมกันทำกิจกรรมต่าง ๆ  มีส่วนร่วมกันคิด  ร่วมกันทำ ร่วมกันตัดสินใจ  ร่วมกันดำเนินการ  ร่วมกันรับผิดชอบอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายและศีลธรรมอันดีของสังคม  ทำให้เกิดการเรียนรู้ด้วยกัน  มีความรัก  ความเอื้ออาทร  ผูกพันต่อกันด้วยความรู้สึกในความเป็นเจ้าของชุมชนของตนเอง

**เพิ่มเติมคำนิยามใหม่โดยข้อ 4 แห่ง ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน (ฉบับที่ 2) ..2543

หมวด2
การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำส่งเงินโครงการเศรษฐกิจชุมชน
-----------------------------

         ข้อ  5   ให้อธิบดีกรมการปกครองหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมการปกครอง เป็นผู้เบิกจ่ายงบประมาณจากกรมบัญชีกลางตามโครงการเศรษฐกิจชุมชน ภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงบประมาณ

         ข้อ  6    ให้อธิบดีกรมการปกครอง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายตามข้อ 5   นำเงินที่เบิกจากกรมบัญชีกลางเข้าบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้

         ข้อ  7    ให้กรมการปกครองเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจในท้องที่ใกล้เคียง โดยใช้ชื่อบัญชีว่า      "บัญชีเงินทุนโครงการเศรษฐกิจชุมชน"      เพื่อรองรับเงินที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงบประมาณ หรือแหล่งเงินอื่น

         ข้อ  8    เงินในบัญชีเงินฝากตามข้อ 7     ให้นำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินโครงการเศรษฐกิจชุมชน โดยกรมการปกครองสามารถใช้จ่ายในการบริหารโครงการได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินร้อยละ 3 ของงบประมาณที่ได้รับ

         *ข้อ 9    ให้จังหวัดเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจในจังหวัด  โดยใช้ชื่อบัญชีว่า “ บัญชีเงินทุนโครงการเศรษฐกิจชุมชนจังหวัด… ”  เพื่อรองรับเงินที่ได้รับ                   ให้อำเภอเปิดบัญชีฝากเงินไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจในอำเภอ  โดยใช้ชื่อบัญชีว่า “บัญชีเงินทุนโครงการเศรษฐกิจชุมชนของอำเภอ…” เพื่อรองรับเงินที่ได้รับ

*ความในข้อ 9 เดิม ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยข้อ 5 แห่ง ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน (ฉบับที่ 2) ..2543  

         ข้อ  10  ให้องค์การบริหารส่วนตำบลและสภาตำบล เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจในจังหวัดโดยใช้ชื่อบัญชีว่า "บัญชีเงินทุนโครงการเศรษฐกิจชุมชนองค์การบริหารส่วนตำบล/สภาตำบล...."  เพื่อรองรับเงินที่ได้รับ หากท้องที่ตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล หรือสภาตำบลใดไม่มีธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจให้เปิดบัญชีกับธนาคารพาณิชย์อื่นได้

         ข้อ  11  เงินที่จะนำเข้าบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ตามข้อ 7 ข้อ 9 และข้อ 10 ได้แก่
                      (1) เงินงบประมาณหรือเงินอุดหนุนจากรัฐบาล
                     
(2) เงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                      
(3) เงินบริจาคหรือเงินช่วยเหลืออื่น ๆ ที่ให้แก่โครงการเศรษฐกิจชุมชน                   บรรดาเงินที่ได้รับดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ให้นำส่งเข้าบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในวันที่ได้รับเงิน หรือ
อย่างช้าภายในวันทำการรุ่งขึ้น

         ข้อ  12  เงินในบัญชีเงินฝากตามข้อ 7 ข้อ 9 และข้อ 10 ให้นำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของโครงการเศรษฐกิจชุมชนโดยสนับสนุนเป็นเงินทุนสำหรับกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกร เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของชุมชนท้องถิ่นตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน

         *ข้อ 13  ในส่วนกลาง  ให้มีคณะกรรมการบริหารเงินทุนกลาง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ  อธิบดีกรมการปกครองและอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นรองประธานกรรม-การ  ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร  ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์  ผู้แทนกรมบัญชีกลาง  ผู้แทนสำนักงบประมาณ  ผู้แทนกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  ผู้แทนกรมการค้าภายใน    ผู้แทนกรมประชาสงเคราะห์    ผู้แทนสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท       ผู้แทนธนาคารออมสิน ผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย   ผู้ทรงคุณวุฒิตามที่รัฐมนตรีเห็นชอบ จำนวนสองคน เป็นกรรมการ  ผู้อำนวยการสำนักบริหารการปกครองท้องที่ เป็นกรรมการและเลขานุการ  ผู้อำนวยการกองราชการส่วนตำบล ผู้อำนวยการกองคลัง     และผู้อำนวยการส่วนพัฒนาท้องที่ สำนักบริหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครอง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ                   ให้คณะกรรมการพัฒนาจังหวัด  เป็นคณะกรรมการบริหารเงินทุนระดับจังหวัด     โดยให้ที่ทำการปกครองจังหวัด  เป็นฝ่ายเลขานุการ                    ให้คณะกรรมการพัฒนาอำเภอ  เป็นคณะกรรมการบริหารเงินทุนระดับอำเภอ      โดยให้ที่ทำการปกครองอำเภอ  เป็นฝ่ายเลขานุการ                    ให้คณะกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลและสภาตำบล เป็นคณะกรรมการบริหารเงินทุนระดับตำบล

*ความในข้อ 13 เดิม ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยข้อ 6 แห่ง ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน (ฉบับที่ 2) ..2543

         ข้อ  14  คณะกรรมการบริหารเงินทุนกลาง มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
                 
     (1) พิจารณาเสนอแนะนโยบายและมาตรการเกี่ยวกับการใช้เงินทุนโครงการเศรษฐกิจชุมชน

                      
(2) กำหนดหลักเกณฑ์จัดสรร และเงื่อนไขในการใช้เงินทุนโครงการเศรษฐกิจชุมชน

   
                   (3) กำกับ ควบคุม ดูแล และติดตามผลการใช้เงินทุนดำเนินงานตามโครงการ

                      
(4) พิจารณาอนุมัติการใช้เงินทุนตามวัตถุประสงค์ของโครงการเศรษฐกิจชุมชน

                      
(5) ดำเนินการและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

         **ข้อ 15  ให้คณะกรรมการพัฒนาจังหวัด  มีอำนาจหน้าที่  ดังนี้
                  
(1) ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการบริหารเงินทุนตามระเบียบนี้  ในระดับจังหวัด

                  
(2)  พิจารณาอนุมัติคำขอกู้เงินทุนจากโครงการที่กลุ่มเกษตรกรหรือกลุ่มอาชีพเสนอขอมาตามขั้นตอน

                   (3)  พิจารณาผ่อนผันเงื่อนไขต่าง ๆ ที่กลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกรเสนอขอมา ซึ่งไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
                  
(4)  พิจารณาจัดสรรวงเงินที่จังหวัดได้รับการสนับสนุนจากเงินงบประมาณ  หรือเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เงินบริจาคหรือเงินช่วยเหลืออื่น ๆ ที่ให้แก่โครงการเศรษฐกิจชุมชน ให้อำเภอหรือกิ่งอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบลหรือสภาตำบลต่าง ๆ ภายในจังหวัด  เพื่อดำเนินโครงการตามระเบียบนี้

                  
(5)  พิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนแปลงโครงการที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือสภาตำบลโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการพัฒนาอำเภอ  เสนอขอเปลี่ยนแปลงเป็นโครงการอื่น หากเห็นว่าการดำเนินงานตามโครงการเดิมจะสูญเปล่าไม่ประสบผลสำเร็จและเปรียบเทียบแล้วเห็นว่า โครงการใหม่ที่จะดำเนินการนั้นจะมีประโยชน์ดีกว่าโครงการเดิมอย่างชัดเจน
                   (6)  กำกับ ดูแล  ตรวจสอบ  ติดตาม  ส่งเสริม  สนับสนุน  ประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงานการใช้เงินทุนระดับจังหวัด
                  
(7)  ชี้ขาดคำอุทธรณ์  ข้อพิพาทต่าง ๆ ระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลหรือสภาตำบล กับกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกรผู้กู้ยืมเงินทุน

**ความในข้อ 15 เดิม ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยข้อ 7 แห่ง ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน (ฉบับที่ 2) ..2543

         *ข้อ     16  คณะกรรมการพัฒนาอำเภอมีอำนาจหน้าที่  ดังนี้
                  
(1)  ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการบริหารเงินทุนตามระเบียบนี้  ในระดับอำเภอ

                  
(2)  พิจารณากลั่นกรองความถูกต้องของคำขอร้องกู้เงินทุนของกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกรให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

                  
(3)  พิจารณากลั่นกรอง  ศึกษา ตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการที่กลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกร กู้ยืมมา

                  
(4)  พิจารณาอนุมัติให้กลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกรกู้ยืมเงินทุนตามโครงการที่เสนอขอมา  เฉพาะโครงการที่มีวงเงินกู้ยืมเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 300,000บาท  โดยมีเงินสมทบ ร้อยละ 30 ของงบประมาณโครงการ  ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

                  
(5)  พิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการที่กลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกรเสนอขอกู้ยืมในวงเงินเกิน 300,000 บาทขึ้นไป หรือโครงการที่ขอผ่อนผันเงินสมทบของโครงการเพื่อส่งให้คณะกรรมการพัฒนาจังหวัดพิจารณา
ต่อไป
                   (6)  กำกับ  ดูแล  ตรวจสอบ  ติดตาม  ส่งเสริม  สนับสนุน  ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานการใช้เงินทุนระดับอำเภอให้คณะกรรมการพัฒนาจังหวัดทราบ

**ความในข้อ 16 เดิม ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยข้อ 7 แห่ง ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน (ฉบับที่ 2) ..2543

         *ข้อ     17  คณะกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลหรือสภาตำบล มีอำนาจหน้าที่  ดังนี้
                  
(1)  ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการบริหารเงินทุนตามระเบียบนี้  ในระดับตำบล
                   (2)  พิจารณากลั่นกรอง ตรวจสอบคำร้องขอกู้เงินทุนจากกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกร  ให้เป็นไปตามระเบียบนี้
 
                 (3)  พิจารณาอนุมัติให้กลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกรกู้ยืมเงินทุนตามโครงการที่เสนอขอมา  เฉพาะโครงการที่มีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
                   (4)  พิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการที่กลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกรเสนอขอกู้ยืมในวงเงินเกิน 100,000 บาทขึ้นไป  ส่งให้คณะกรรมการพัฒนาอำเภอพิจารณาต่อไป
                   (5)  เป็นผู้ลงนามในแบบสัญญาให้กู้ยืมเงินตามแบบท้ายระเบียบนี้  โดยให้ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลหรือสภาตำบลเป็นผู้ลงนาม  แล้วแต่กรณี
                  
(6)  กำกับ  ดูแล  ตรวจสอบ  ติดตาม  ส่งเสริม  สนับสนุน  ประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงานการใช้เงินทุนระดับตำบลให้คณะกรรมการพัฒนาอำเภอทราบ

                  
(7)  เร่งรัดติดตามทวงถามการชำระหนี้  และการดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกรที่ผิดสัญญาในการชำระหนี้  อย่าให้ขาดอายุความ

**ความในข้อ 17 เดิม ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยข้อ 7 แห่ง ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน (ฉบับที่ 2) ..2543

                                                      หน้าต่อไป....